แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเมืองสิงห์บุรี                                                 

1.ศาลจังหวัดและศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี
ตั้งอยู่บนถนนวิไลจิตต์ตำบลในเมืองศาลจังหวัดสร้างขึ้นเมื่อปีร.ศ.129(พ.ศ.2453) และศาลากลางจังหวัดสร้างขึ้นเมื่อปี ร.ศ.130 (พ.ศ.2454) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นตึกก่ออิฐถือปูนชั้นเดียวทรงยุโรปมีความ สวยงามและมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมมากกรมศิลปากรได้ขึ้น ทะเบียนเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2533 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมอบจ.สิงห์บุรี โทร 036520030

2. วัดสว่างอารมณ์ตั้งอยู่ที่บ้านบางมอญตำบลต้นโพธิ์ในเขตเทศบาลอำเภอเมืองสิงห์บุรีห่างจากศาลากลางจังหวัดหลังเก่าไปทางลำน้ำ เจ้าพระยาประมาณ2กิโลเมตรวัดนี้เป็นศูนย์รวมของศิลปะหลายด้าน ได้แก่ การศึกษา การก่อสร้างโบสถ์ วิหารศาลา และโดยเฉพาะการปั้นพระพุทธรูปเหมือนที่สืบทอดวิชาปั้นพระพุทธรูปมาจากตระกูลบ้านช่างหล่อธนบุรีภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่เป็นแหล่งเก็บรวบรวมตัวหนังใหญ่ที่สมบูรณ์และสามารถเล่นได้กว่า300 ตัวซึ่งพระครูสิหมุณีอดีต เจ้าอาวาสได้รวบรวมตัวหนังใหญ่จากฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเอาไว้และส่วนหนึ่งได้รับมอบหมายจากครูเปีย หัวหน้าคณะหนังเร่ผู้ที่มีความสามารถในการเชิด - พาทย์หนังใหญ่และได้ถ่ายทอดการแสดงหนังใหญ่สืบต่อกันมาตัว หนังใหญ่ที่ใช้แสดงแบ่งเป็นชุดใหญ่ ๆ ได้ 4 ชุด คือ ชุดศึกใหญ่ (ศึกทศกัณฑ์) ชุดศึกมงกุฎ-บุตรลบ ชุดนาคบาศ และชุดศึกวิรุณจำบังการเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข309เส้นสิงห์บุรีอ่างทอง(สายเก่า)กิโลเมตรที่94 ห่างจาก ตัวเมืองสิงห์บุรีไป 3กิโลเมตร

3.วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีตั้งอยู่ที่ตำบลจักรสีห์อำเภอเมืองสิงห์บุรีจังหวัดสิงห์บุรีห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปตามเส้นทาง หลวงแผ่นดินหมายเลข3032(สายสิงห์บุรีสุพรรณบุรี)ระยะทางประมาณ4กม.สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างสมัยก่อนกรุงศรี อยุธยาเป็นราชธานีภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัยที่มีความง ดงามมากมีความยาวทั้งสิ้น 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบและ7 นิ้วลักษณะพระพักตร์หันไปทางทิศเหนือพระเศียรหันไป ทางทิศ ตะวันออก พระกรขวายื่นไปด้านหน้าไม่งอพระกรขึ้นรับพระเศียรเหมือนแบบไทยนอกจากนี้ยังมีพระแก้ว พระกาฬ เป็นพระพุทธรูปนั่งศิลาลงรักปิดทองและพระนั่งขัดสมาธิเพชรอันศักดิ์สิทธิ์และมีพุทธลักษณะงดงามด้านหน้า วิหารมีต้นสาละลังกาใหญ่ต้นไม้สำคัญในพุทธประวัติผลิดอกบานสะพรั่งอยู่เสมอการเดินทางรถยนต์อยู่ห่างจากอำเภอ เมืองไปตามเส้นทางสายสิงห์บุรี - สุพรรณบุรี เส้นทางหลวงหมายเลข 3032 ระยะทาง 4 กิโลเมตร มีรถโดยสาร ประจำทางมีรถสาย 648 สิงห์บุรี - บ้านดอนปรูรถสาย 462สุพรรณบุรี-โคกสำโรงและรถสองแถวขึ้นที่บขส.ในอำเภอ เมือง สิงห์บุรีผ่านหน้าวัด
4.วัดหน้าพระธาตุ
อยู่ในเขตบ้านพระนอนจักรสีห์ตำบลจักรสีห์ห่างจากวัดพระนอนจักรสีห์ไปประมาณ1.5กิโลเมตร เดิมชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า วัดหัวเมืองต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดหน้าพระธาตุสันนิษฐานว่าสถานที่บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของเมือง สิงห์บุรีเก่า สิ่งที่สำคัญของวัดนี้คือ องค์พระปรางค์สูงประมาณ 8วา ทำเป็นรูปครุฑอสูรถือกระบองประดับอยู่เหนือชั้น เชิงบาตรภายหลังมีการเสริมแต่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะอยุธยาตอนต้นโดยการก่ออิฐเพิ่มเติมเป็นซุ้มจรนัมทั้งสี่ด้าน ตั้งแต่ฐานศิลาแลงขึ้นไปก่อด้วยอิฐย่อมุมทรงปรางค์กลีบขนุนปรางค์ก่อด้วยอิฐทิศตะวันออกขององค์ปรางค์มีพระวิหาร หลวงทิศตะวันตกเป็นพระอุโบสถและมีเจดีย์กลมเรียงรายหลายองค์เป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบสมัยอยุธยา ตอนปลาย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2478 การเดินทาง รถยนต์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 3032 เส้นสิงห์บุรี-สุพรรณบุรี กิโลเมตรที่ 4 แล้วเข้าซอยเรือนจำจังหวัดสิงห์บุรี แยกจากปากทางเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร รถประจำทาง มีรถประจำทางผ่านเส้นทางเดียวกับวัดพระนอนจักรสีห์ฯ

5.วัดประโชติการาม
เป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติพุทธลักษณะงดงามศิลปะ แบบสุโขทัยขนาดใหญ่ 2 องค์ คือ หลวงพ่อทรัพย์สูง 6 วา 7 นิ้วและหลวงพ่อสินสูง 3วา 3ศอก 5นิ้วซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงามเป็นที่เคารพสักการะของ ประชาชนทั่วไปสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 036512874,0895136491

6.วัดกระดังงาบุปผาราม มีโบสถ์รูปทรงสมัยใหม่ที่งดงามไม่เหมือนโบสถ์แห่งไหนที่สร้างอยู่บนฐานศาลาการเปรียญหลังเก่าและวัดนี้ยังมีเจดีย์ โบราณทรงระฆังคว่ำคล้ายเจดีย์สมัยอยุธยาตอนต้นฐานเป็นชั้นมีซุ้มทรงระฆังตั้งแต่ปล้องไฉนขึ้นไปเจดีย์องค์นี้นับว่า มีความสมบูรณ์ที่สุดที่มีอยู่ในสมัยเดียวกันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติแล้ว นอกจากนี้ด้านหน้าเจดีย์ ยังมีโบสถ์เก่าแก่หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินบานประตูโบสถ์เป็นไม้แกะสลักลวดลายสวยงามมาก การเดินทางใช้เส้นทาง หลวงหมายเลข 311 (สิงห์บุรี-ชัยนาท)สายเก่า กิโลเมตรที่ 6 ห่างจากอำเภแเมือง 7 กิโลเมตร

7.วัดบุดดา
ความเป็นมาของวัดบุดดาก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2537 ยังเป็นเพียงสำนักสงฆ์ผ่านมาจนถึงปีพ.ศ.2545จึงได้เปลี่ยนเป็นวัด อย่างเต็มตัวกิจกรรมส่วนใหญ่ของทางวัดในปัจจุบันเป็นกิจกรรมที่เน้นการรักษาศีลภาวนามีกิจกรรมการศึกษาพระพุทธ ศาสนาในหลายรูปแบบ ทั้งการถือศีลเป็นหมู่คณะของนักเรียนนักศึกษาภายในจังหวัดสิงห์บุรีโรงเรียนพระพุทธศาสนา ฤดูร้อนของนักเรียนหลายๆคน หลวงเตี่ยท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่บุดดาถาวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดกลางชูศรีเจริญสุข ในจังหวัดลพบุรีนี่เองหลวงเตี่ยถือบวชจากคำชักชวนและความศรัทธาที่มีต่อหลวงปู่บุดดาและตามประวัติที่เล่ามานั้นเพราะ มีงูเผือกเข้ามาอยู่ในบ้านของหลวงเตี่ยในตอนที่ท่านยังไม่ได้บวชและยังเด็กอยู่หลวงปู่บุดดาท่านทราบเข้าก็ไปพูดกับโยม แม่ของหลวงเตี่ยขอให้ท่านได้บวชเพราะหลวงเตี่ยเนี่ยะมีชาติกำเนิดเป็นพญานาคตอนนี้พ่อแม่ที่เป็นพญานาคจะมาตามให้ กลับไปอยู่ที่เดิมก็เลยมีลางว่างูเผือกเข้ามาอยู่ในบ้านถ้าไม่บวชก็จะต้องตายหลวงเตี่ยก็จึงได้ออกบวชตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเมื่อหลวงปู่ท่านได้มรณภาพลงนี้พ.ศ.2537 จึงได้ก่อตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นในปีเดียวกันนั่นเองการเดินทางเส้นทางอำเภอ เมือง-อำเภอบางระจัน จากอำเภอเมือง 5 กิโลเมตร