แหล่งท่องเที่ยวอำเภอลพบุรี
         

1.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรีสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดเมื่อเข้าไปในบริเวณวัดจะพบศาลาเปลื้อง เครื่องเป็นอันดับแรกศาลาเปลื้องเครื่องนี้ใช้เป็นที่สำหรับพระเจ้าแผ่นดินเปลื้องเครื่องทรงก่อนที่จะเข้าพิธีทางศาสนาใน พระวิหารหรือพระอุโบสถปัจจุบันศาลาเปลื้องเครื่องคงเหลือเพียงเสาเอนอยู่เท่านั้น ส่วนอื่นปรักหักพังไปไปหมดแล้ว เป็นวิหารหลวง ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯและเป็นวิหารหลวงพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สุดในลพบุรีวัดพระศรีรัตน มหาธาตุเปิดให้เข้าชมในเวลา07.00 - 17.00น.เว้นวันจันทร์ - อังคารอัตราค่าเข้าชมคนไทย10บาทต่างประเทศ 50บาทเด็กไม่เสียค่าใช้จ่ายหรือสามารถซื้อบัตรรวมชาวไทย30บาทชาวต่างประเทศ150บาทโดยบัตรนี้สามรถเข้าชม วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ,พระที่นั่งไกสรสีหราช,พระปรางค์สามยอดและบ้านหลวงวิชาเยนทร์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ สำนักงานศิลปากรที่4ลพบุรีโทร. 036-412150,036413779

2.พระนารายณ์ราชนิเวศน์
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ.2209เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ณ เมืองลพบุรีแบ่งเป็นเขตพระราชฐาน ชั้นนอกเขตพระราชฐานชั้นกลางและเขตพระราชฐานชั้นในกำแพงพระราชวังก่ออิฐถือปูนมีใบเสมาเรียงรายบนสันกำ แพงมีซุ้มประตูทั้งหมด11ประตูต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่4)โปรดเกล้าให้ซ่อมเเซมขึ้นใหม่ เมื่อพ.ศ.2399พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ตั้งเมื่อปีพ.ศ.2466แบ่งอาคารจัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุเป็น 4 อาคาร
(1.) พระที่นั่งพิมานมงกุฎจัดแสดงหลักฐานวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตรที่พบจากแหล่งโบราณคดีลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาบริ เวณภาคกลางของประเทศไทยอาทิเช่น โครงกระดูกมนุษย์,ภาชนะดินเผา,เตาดินเผา,เครื่องมือเครื่องใช้ทำจากโลหะ ภาชนะสำริด ,เครื่องประดับทำจากหินและเปลือกหอย (2.) พระที่นั่งจันทรพิศาลเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมแบบทรงไทยจัดแสดงเรื่องประวัติศาสตร์การเมืองสังคมวัฒนธรรม และพระราชประวัติของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
(3.)หมู่ตึกพระประเทียบ(อาคารชีวิตไทยภาคกลาง)เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมผสมแบบตะวันตกจัดแสดงเรื่องชีวิตไทย ภาคกลางการดำรงชีวิตที่อยู่อาศัยเครื่องมือเครื่องใช้ประกอบอาชีพประมงการเกษตรและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ของคนไทย
(4.)พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่จัดแสดงหนังใหญ่เรื่องรามเกียรติ์ซึ่งมาจากวัดตะเคียน ตำบลท้ายตลาด อำเภอเมืองลพบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น. เว้นวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท วอบถามรายละเอียดโทร 036-411458

3.วัดเสาธงทอง
ตั้งอยู่บนถนนฝรั่งเศสซึ่งตัดเชื่อมระหว่างพระนารายณ์ราชนิเวศน์กับบ้านหลวงรับราชทูตเป็นวัดเก่าแก่วัดนี้มีโบราณสถาน ที่ควรชมคือพระวิหาร ซึ่งแต่เดิมคงสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานของศาสนาอื่น เพราะจากแผนที่ของช่างชาวฝรั่งทำไว้ ระบุว่าพิ้นที่บริเวณนี้เป็นที่พำนักของชาวเปอร์เซียพระวิหารหลังนี้อาจเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามของชาวเปอร์เซีย ก็เป็นได้

4.บ้านหลวงรับราชทูตหรือบ้านหลวงวิชาเยนทร์
ห่างจากปรางค์แขกประมาณ 300เมตรทางทิศเหนือของพระนารายราชนิเวศน์ สำหรับเป็นที่รองรับราชทูตที่มาเฝ้าฯ สมเด็จพระนารายณ์ฯที่เมืองลพบุรี คณะราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสชุดแรกที่เข้ามาเมื่อปีพ.ศ. 2228 ได้พำนัก ณ ที่แห่งนี้ต่อมาคอนสแตนตินฟอลคอน(ConsatantinePhaulkon)ซึ่งเป็นชาวกรีกได้เข้ามารับราชการได้รับความดี ความชอบและได้รับการแต่งตั้งให้เป็น"เจ้าพระยาวิชาเยนทร์"และได้รับพระราชทานที่พักอาศัยทางทิศตะวันตกของ บ้านหลวงรับราชทูตสามารถเข้าชมได้ในเวลา07.00-17.00น.

5.ศาลหลักมืองหรือศาลลูกศร
ตั้งอยู่ถนนสายริมน้ำหลังวัดปืนใหญ่ใกล้กับบ้านวิชาเยนทร์ตัวศาลาเป็นตึกเล็กๆมีเนื้อที่ประมาณ12ตารางเมตรมีแท่งหิน แท่งหนึ่งโผล่เหนือระดับพื้นดินขึ้นมาสูงประมาณ 1 เมตร เป็นศาลเจ้าหลักเมืองโบราณที่เรียกว่าศาลลูกศร

6.เทวสถานปรางค์แขก
อยู่ใกล้กับพระนารายณ์ราชนิเวศน์เป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแกที่สุดของลพบุรีเป็นปรางค์ก่อด้วยอิฐมี3องค์แต่ไม่มี ฉนวนเชื่อมต่อกันเหมือนปรางค์สามยอดนักโบราณคดีกำหนดว่ามีอายุราวพุทธศรรตวรรษที่15เพราะมีลักษณะคล้ายกับ ปรางค์ศิลปะเขรแบบพะโค(พ.ศ.1425-1536)

7.พระปรางค์สามยอด
ตั้งอยู่บนเนินดินทางด้านตะวันตกของทางรถไฟใกล้กับศาลพระกาฬมีลักษณะเป็นปรางค์เรียงต่อกันพระปรางค์สามยอด เป็นศิลปะเขมรแบบบายนมีอายุราวพุทธศรรตวรรษที่18 สร้างด้วยศิลาแลงและตกแต่งลวดลายปูนปั้นที่สวยงามปรางค์ สามยอดแต่เดิมคงเป็นเทวสถานของขอมในพุทธศาสนาลัทธิมหายานต่อมาได้ดัดแปลงเป็นเทวสถานโดยมีฐานศิวลึงค์ ปรากฎอยู่ในองค์ปรางค์ทั้งสามปรางค์ จนกระทั่งถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์จึงได้บูรณปฏิสังขรณ์พระปรางค์สามยอด เป็นวัดในพระพุทธศาสนาแล้วสร้างพระวิหารก่อด้วยอิฐลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอยุธยาเปิดให้เเข้าชมในเวลา 06.00-18.00น.เว้นวันจันทร์-อังคารอัตราค่าเข้าชมชาวไทย10บาท ต่างประเทศ50บาท

9.วัดนครโกษา
อยู่ทางตอนเหนือของสถานีรถไฟลพบุรีใกล้กับศาลพระกาฬมีซากโบราณสถานคือเจดีย์องค์ใหญ่สมัยทวารวดีพระปรางค์ สมัยลพบุรีในราวพุทธศรรตวรรษที่17เทวสถานแห่งนี้สร้างเป็นวัดขึ้นในสมัยอยุธยาเบื้องหลังคำว่า"นครโกษา"มีผู้ สันนิษฐานว่าเจ้าพระยาดกษาธิบดี(เหล็ก)ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯเป็นผู้บูรณะจึงเรียกว่า"วัดนครโกษา"ตามราช ทินนาม นั่นเองสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมโทร 036-412510

10.วัดสันเปาโล
ตั้งอยู่บนถนนร่วมมิตรทางเข้าวิทยาลัยนาฏศิลพบุรีเป็นวัดของเหล่าบาทหลวงเยซูอิต สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ปัจจุบันคงเหลือแต่ผนังด้านหนึ่งและหอดูดาวบริเวณโดยรอบมีต้นไม้ใหญ่คำว่า"สันเปาโล"คงเพี้ยนมาจากคำว่าเซนต์ปอล หรือเซนต์เปาโลชาวบ้านมักเรียกว่า "ตึกสันเปาหล่อ"


11.วัดมณีชลขัณฑ์
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มีโบราณสถานที่น่าสนใจคือพระเจดีย์รูปทรงปลก คือก่อเป็นเหลี่ยมสูง ชะลูดขึ้นไปคล้ายกับเจดีย์สมัยเชียงแสน(ล้านนา)แต่ตรงมุมมีการย่อมุมไม้สิบสองทำเป็นสามชั้นมีซุ้มประตูยอดแหลมอยู่ ด้านข้างทั้งสี่ด้านทุกชั้นนอกจากนี้ภายในวัดยังมีต้นโพธิ์ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเพาะเมล็ดนำ มาปลูกไว้

12.วัดตองปุ
อยู่หลังโรงเรียนพิบูลวิทยาลัยตำบลทะเลชุบศรเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญวัดหนึ่งในอดีตเคยเป็นที่ชุมนุมของกองทัพไทย ในวัดตองปุนี้มีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจหลายอย่างเช่นพระอุโบสถทรงไทยมีฐานโค้งอ่อนวิหารมีลักษณะ เป็นสถาปัตยกรรมแบบสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นอกจากนี้ยังมีหอไตรคลังและหอระฆังที่ควรชมสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมโทร036143198

13.วัดกวิศรารามราชวรวิหาร
เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหารตั้งอยู่ที่ถนนเพทราชาตำบลท่าหินติดกับพระนารายณ์ราชนิเวศน์ทางด้านทิศใต้ พ.ศ.2481พระกิตติญาณมุนีเจ้าอาวาสในขณะนั้นได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดกวิศรารามอันมีความหมายว่าวัดของพระเจ้าแผ่นดิน กล่าวกันว่าเป็นที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาในสมัยนั้นภายในวัดมีพระอุโบสถที่มีประตูทางเข้าออกทางเดียวกันนอกจากนี้ ยังมีเจดีย์ทรงกลมบนฐานสี่เหลี่ยมองค์ใหญ่อยู่ด้านหลังพระอุโบสถและหมู่กุฏิซึ่งเป็นฐานในรัชกาลที่4ตลอดจนหอพระไตร ปิฎกที่สวยงามอยู่ภายในวัด สอบถามรายละเอียด โทร 036-618593

14.วัดเชิงท่า
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรีทางทิศตะวันออกพื้นที่ด้านหน้าติดพระราชวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ภายในวัดเชิงท่ามีสถานที่ น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์หอโสภณฑ์ศิลป์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องประวัติวัดเชิงท่า สาระสำคัญของการจัดแสดง เกี่ยวข้องกับความรู้ทางพุทธศาสนาอันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระรัตนตรัยสอบถามรายละเอียดโทร 089-8024211

15.สวนสัตว์ลพบุรี

ตั้งอยู่หลังโรงภาพยนตร์ทหารบกห่างจากวงเวียนสระแก้วไปทางทิศตะวันออกประมาณ.1กิโลเมตรสวนสัตว์แห่งนี้สร้างขึ้น เมื่อปีพ.ศ.2483สมัยที่จอมพลป.พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีต่อมาเมื่อสิ้นยุคจอมพลป.พิบูลสงคราม สวนสัตว์ก็พลอย ถูกทิ้งร้างพ.ศ.2520ศูนย์สงครามพิเศษซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆทั้งชมรมสโมสรพ่อค้า ประชาชน ดำเนินการปรับปรุงบูรณะสวนสัตว์ขึ้นใหม่ให้เป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

16.วงเวียนสระแก้ว
ตั้งอยู่กลางวงเวียนศรีสุริโยทัยหรือวงเวียนสระแก้วถนนนารายณ์มหาราชตำบลทะเลชุบศรอำเภอเมืองลพบุรีกลางสระมีสิ่ง ก่อสร้างคล้ายเทียนขนาดยักษ์ตั้งอยู่บนพานขนาดใหญ่รอบขอบพานประดับเครื่องหมายกระทรวงต่างๆมีสะพานเชื่อมโยง ถึงกันโดยรอบทั้ง4ทิศที่เชิงสะพานมีคชสีห์ในท่านั่งหมอบอยู่สะพานละ2ตัว

17.วัดชีป่าสิตารามตั้งอยู่ริมถนนนารายณ์มหาราชตำบลทะเลชุบศรไม่ปรากฎว่าสร้างในสมัยใดภายในวัดมีเจดีย์ทรงระฆังศิลปะอยุธยาและมี การรักษาโรคด้วยการอบสมุนไพรเปิดบริการทุกวันเวลา08.00 - 17.00น. สอบถามรายละเอียดโทร. 036-412763

18.พระที่นั่งไกสรสีหราช(พระที่นั่งเย็นหรือตำหนักทะเลชุบศร)
ตั้งอยู่ที่ตำบลทะเลชุบศรห่างจากตัวเมืองไปประมาณ4กิโลเมตรพระที่นั่งแห่งนี้เป็นที่ประทับอีกแห่งหนึ่งของสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชองค์พระที่ตั้งอยู่บนกลางเกาะทะเลชุบศรสมัยโบราณเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีเขื่อนหินถือปูนล้อม รอบ สมเด็จพระนารายณ์มหราชโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อทรงสำราญพระอริยาบถ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นพระที่นั่งชั้น เดียวก่ออิฐถือปูนมีผนังเป็นทรงจตุรมุข ตรงมุขหน้าเป็นมุขเด็จยื่นออกมาและมีสีหบัญชรกลางมุขสำหรับสมเด็จ พระนารายณ์มหาราชเสด็จออก พระที่นั่งเย็นมีความสำคัญทางดาราศาสตร์ในฐานะที่สมเด็จพระนารายณืมหาราชทรงใช้ เป็นสถานที่สำรวจจันทรุปราคาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2228 และทอดพระเนตรสุริยุปราคาเมื่วันที่30เมษายนพ.ศ.2231 ร่วมกับบาทหลวงเยซูอิตและบุคคลในคณะทูตชุดแรกที่พระเจ้าหลุยส์ที่14แห่งประเทศฝรั่งเศส อัตราค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาทชาวต่าง ประเทศ50 บาทสอบถามรายละเอียดที่สำนักงานศิลปากรที่ 4โทร 036-143779,036412510

19.พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ตั้งอยู่กลางวงเวียนเทพสตรีใกล้ศาลากลางจังหวัดลพบุรี ตรงบริเวณหัวถนนนารายณ์มหาราชก่อนเข้าสู่ย่านตัวเมือง อนุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นรูปปูนปั้นในท่าประทับยืนผินพระพักตร์ไปทาทิศตะวันออก พระหัตถ์ขวาทรง พระแสงดาบก้าวพระบาทซ้ายออกมาข้างหน้าเล็กน้อย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯได้ประกอบพิธี เปิดเมื่อววันที่16กุมภาพันธ์พ.ศ.2509 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงเป็นกษัตริย์ในราชวงศ์ปราสาททององค์สุดท้าย ในรัชสมัยของพระองค์วรรณคดีและศิลปะของไทยเจริญถึงขีดสูงสุด มีสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศอย่างกว้างขวาง เกียรติคุณของพระองค์แผ่ไพศาลเป็นอย่างยิ่งด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณประชาชนชาวไทยได้ร่วมกันสร้างและ ประดิษฐานอนุสาวรีนี้ไว้เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2509

20.วัดยางณรังสีและพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้าน
เดิมชื่อวัดยางศรีสุธรรมาราแล้วได่้เปลี่ยนเป็นวัดยางณรังสีจนถึงปัจจุบันส่วนพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้านตั้งอยู่ที่ศาลากาเปรียญ ไม้สร้างขึ้นเมื่อปี2470ตังอยู่ริมแม่น้ำลพบุรีศาลาหลังนี้ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นในปีพ.ศ.2536ลักษณะ เป็นแบบศาลาวัดในชนบทภาคกลางในประเทศไทยทั้งนี้ผู้สร้างจำลองแบบมาจากภาพศาลาที่อยู่ด้านหลังธนบัตรใบละ 1บาทที่พิมพ์ในสมัยรัชกาลที่8โครงการพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้านเกิดขึ้นพ.ศ.2531และเป็นพิพิธภัณฑ์เรือพื้นบ้านแห่งแรกของ ประเทศไทยการเดินทางใช้เส้นทางสายลพบุรีบางประหัน(ถนนเลียบคลองชลประทาน)จนถึงกิโลเมตรที่9วัดอยู่ด้านขวา มีรถโดยสารประจำทางสายลพบุรีบ้านแพรกวิ่งบริการ เวลา 05.30-17.30น. สอบถามรายละเอียด โทร 036-656380

21.วัดสิริจันทรนิมิตรวรวิหาร(วัดเขาพระงาม)
เดิมเป็นวัดร้างสร้างมาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีปรากฎต่อมาในปีพ.ศ.2455พระอุมาลีคุณูปมาจารย(จันทร์สิริจันทโร)เจ้าอาวาส วัดบรมนิวาสกรุงเทพฯกับพระสงฆ์อีกรูปได้ธุดงค์มาพักที่วัดนี้ เห็นว่ามีภูมิประเทศดีจึงได้สร้างพระพุทธรูปที่เขา เป็นพระ พุทธรูปที่มีหน้าตักกว้าง11วาสูงจาหน้าตักถึงยอดพระเศียร18วา เส้นพระศกทำด้วยไหกระเที่ยมเมื่อสร้างเสร็จได้ถวายนาม ว่าพระพุทธนฤมิตรมัธยมพุทธกาลครั้นภายหลังซ่อมเมื่อปีพ.ศ.2496จึงเปลี่ยนนามใหม่เป็นพระพุทธปฏิภาคมัธยมพุทธกาล (หลวงพ่อใหญ่)จนถึงวันนสอบถามรายละเอียดโรท036486201 การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข1 (ลพบุรีโคกสำโรง)ระยะทางประมาณ12กิโลเมตรจากศาลากลางจังหวัดลพบุรี เมื่อเดินทางเข้าใกล้บริเวณวัดจะแลเห็น พระพุทธรูปสีขาวเด่นตรหง่านตาอยู่บนเชิงเขามีรถโดยสารประจำทางสายลพบุรีเขาพระงามศูนย์การบินฯผ่านหน้าวัดใน ช่วงเวลา06.0017.00น. ต้นทางอยู่ที่วัดพรหมมาสตร์ สามรถขึ้นนถจาก ข้างวังนารายณ์

22.หอไตรวัดท่าแค
อยู่ภายในวัดท่าแคเป็นหอไตรที่เก็บพระธรรมของชุมชน"ลาวหล่ม"โดยปกติจะสร้างบนเสาสูงในสระน้ำแต่หอไตรที่วัด ท่าแคมีลักษณะแปลกกว่าที่อื่นคือสร้างเป็นเรือนไม้ทรงจตุรมุขตั้งอยู่บนเสาสูงหลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าวและมีหลังคารูป หอยอยู่กึ่งกลางสอบถามรายละเอียด โทร036427094 การเดินทางใช้เส้นทางเลียบคลองชลประทาน จนถึงสถานี รถไฟท่าแคเลี้ยวขาข้ามสะพานประมาณ1กิโลเมตรวัดท่าแคอยู่ทางด้านซ้ายมือนอกจากนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางสาย ลพบุรี-วัดท่าแค บริการเวลา06.00-18.00

23.อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก
อยู่ในเขตตำบลนิคมสร้าตนเองห่างจากศาลากลางจังหวัดลพบุรีไปทางทิศตะวันออกประมาณ16กิโลเมตรเป็นอ่างเก็บน้ำ ธรรมชาติที่มีมาแต่โบราณในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงโปรดให้ช่างชาวฝรั่งเศสและอิตาเลียนเป็นผู้วางท่อน้ำ พ.ศ.2497สมัยจอมพลปพิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีได้สร้างเขื่อนดินกั้นน้ำเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรต่อมาในปี พ.ศ.2520จังหวัดลพบุรีได้ปรับปรุงอ่างซับเหล็กให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติโดยทำถนนรอบอ่างเก็บน้ำปลูก ต้นไม้และสร้างซาลาพักร้อน