แหล่งท่องเที่ยวอำเภอสรรคบุรี

1.อนุุสาวรียขุนสรรค์
ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอสรรคบุรีขุนสรรค์"วีรบุรุษแห่งลุ่มแม่น้ำน้อย"เป็นหนึ่งในผู้นำชาวบ้านบางระจันที่ต่อสู้กับพม่า ด้วยความกล้าหาญ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยรบชนะพม่าถึง 7 ครั้ง เป็นไทยอาสาป้องกันชาติคนแรกของอำเภอสรรคบุรี เมื่อ 223 ปีก่อน อนุสาวรีย์มีขนาดสูง 2.50 เมตร ในวันที่ 19 มกราคม 2526 เป็นวันกระทำพิธีเปิดพร้อมงานสมโภช อำเภอสรรคบุรีจึงถือให้วันที่19มกราคมเป็นวันกระทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณขุนสรรค์เป็นประจำทุกปี

2.เมืองสรรคบุรี หรือ เมืองแพรก
หลักฐานทางโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดในอำเภอสรรคบุรี พบที่เมืองโบราณดงคอนตำบลดงคอนเมืองโบราณแห่งนี้ผังเป็น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน มีคูเมืองกว้างประมาณ 20 เมตรล้อมรอบและเชื่อมต่อกับแม่น้ำน้อยผังเมืองลักษณะนี้คล้ายกับ เมืองโบราณจันเสนจังหวัดนครสวรรค์อันเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีบริเวณนอกเมืองพบโบราณสถานอยู่หนึ่งแห่งที่ ชาวบ้านเรียกว่า "โคกปราสาท" ซึ่งปัจจุบันเหลือแต่เพียงซากอิฐที่สร้างขึ้นจากก้อนอิฐขนาดใหญ่(ประมาณ 26x51 ตารางเมตร) นอกจากนั้นยังมีการค้นพบโบราณวัตถุต่างๆอาทิเช่นกำไล,ใบหอก,ขวาน,เหรียญเงินประทับตราสังข์ และศรีวัตสะพร้อมอักษรปัลลวะหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งก็คือแผ่นศิลานูนต่ำรูปพระพุทธเจ้าปางสมาธิขนาบข้างด้วย เสาธรรมจักรและสถูป ซึ่งหลักฐานเหล่านี้สามารถกำหนดอายุได้เก่าแก่ถึงราวพุทธศตวรรษที่12หรือต้นสมัยทวารวดี ชุมชนโบราณแห่งนี้ยังปรากฎร่องรอยการอยู๋อาศัยต่อมายังสมัยสุโขทัยและอยุธยาเนื่องจากมีการค้นพบเครื่องถ้วย สังคโลกและเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์เหม็งรวมถึงพระพุทธรูปหินทรายสมัยอยุธยาร่องรอยของเมืองโบราณดงคอนนี้ จึงน่าจะมีความเกี่ยวข้องต่อเนี่องกับการก่อตั้งชุมชน"เมืองแพรก"ขึ้นในช่วงเวลาต่อมาเมื่อวัฒนธรรมเขมรได้เข้ามาแพร่ หลายในภาคกลางของประเทศไทยราวๆพุทธศตวรรษที่17–18เมืองสรรคบุรีก็ได้รับเอาวัฒนธรรมเขมรเข้ามาเช่นเดียว กับเมืองโบราณอื่นในภาคกลางหลักฐานที่สำคัญนอกจากโบราณวัตถุประเภทเครื่องปั้นดินเผาและแท่นหินบดยาแบบเขมร ที่พบในเมืองโบราณดงคอนแล้วยังพบแผ่นทับหลังหินทรายที่ติดอยู่บนพระปฤษฎางค์ขององค์พระพุทธรูปหลวงพ่อฉาย ภายในวิหารวัดพระแก้วที่แสดงลักษณะสำคัญของศิลปะขอมอีกด้วย

3.วัดมหาธาตุ
เดิมชื่อว่าวัดพระธาตุหรือวัดหัวเมืองเป็นวัดเก่าแก่โบราณคู่เมืองแพรกหรือเมืองสรรค์เมื่อพ.ศ.2444พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสและทรงมีลายพระหัตถ์บันทึกไว้โบราณสถานที่น่าสนใจและมีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ได้แก่พระปรางค์กลีบมะเฟือง(พูมะเฟือง)สร้างด้วยอิฐถือปูน3องค์พระปรางค์มีลักษณะคล้ายกลีบ มะเฟือง ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม(ฐานเขียง)เป็นศิลปะสมัยลพบุรีกรมศิลปากรได้บูรณะปฏิสังขรณ์เมื่อปีพ.ศ.2526 นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปซึ่งแบ่งเป็น2แบบคือศิลปะแบบลพบุรีและแบบอยุธยาตอนต้นภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่ง เก็บรักษาสิ่งของโบราณต่าง ๆ

4.วัดพระยาแพรก
ตั้งอยู่ติดกับวัดมหาธาตุโบราณสถานที่เหลืออยู่ภายในวัดได้แก่เจดีย์ก่ออิฐถือปูนรูปแปดเหลี่ยมทรงสูงสมัยอยุธยาตอนต้น เป็นเจดีย์ที่มีความงดงามมากองค์หนึ่ง

5.วัดสองพี่น้อง
ตั้งอยู่เลยวัดมหาธาตุไปประมาณ300เมตรตามประวัติกล่าวว่าเจ้าอ้ายเจ้ายี่เจ้าสามเป็นพี่น้องกันเจ้าสามยุยงให้เจ้าอ้าย และเจ้ายี่รบกันเพื่อแย่งราชสมบัติเจ้าอ้ายและเจ้ายี่เสียชีวิตทั้งคู่เจ้าสามจึงได้ครองเมืองสร้างปรางค์แด่เจ้าอ้ายสร้างเจดีย์ แด่เจ้ายี่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนกรุงศรีอยุธยา600ปีต่อมากลายเป็นวัดร้างชาวบ้านร่วมใจกันบูรณปฏิสังขรณ์และกรม ศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ภายในวัดมีปรางค์ 2 องค์เป็นปรางค์สมัยลพบุรี องค์ใหญ่ด้านทิศตะวันออกค่อนข้างสมบูรณ์มีลายปูนปั้นประดับประดางดงามมาก

7.วัดพระแก้ว
เป็นวัดที่สร้างสมัยเดียวกับวัดมหาธาตุตั้งแต่ปี พ.ศ.1900 เดิมชื่อวัดป่าแก้วเป็นที่ปฏิบัติธรรมของคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี หรือวิปัสสนาธุระต่อมามีคนพบพระพุทธรูปองค์เล็กเท่าปลายนิ้วจากในเจดีย์สร้างจากแก้วมีหลายสีส่องประกายสวยงามเมื่อ ต้องแสงไฟ จึงเรียกติดปากกันมาว่าวัดพระแก้วกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 สถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่สำคัญภายในวัดได้แก่เจดีย์ลักษณะเป็นเจดีย์แบบละโว้ทรงสูงผสมกับเจดีย์ ทวารวดีตอนปลายสร้างแบบสอปูนเป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมตั้งอยู่บนฐานไพทีฐานเขียงและฐานเรือนธาตุแบบลดท้องไม้มี พระพุทธรูปปั้นแบบนูนสูงประดับทั้งสี่ด้านสันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18 - 19มีอายุประมาณ 600 - 700ปี ดูตามลักษณะก่อสร้างจะเห็นว่าคนโบราณได้แฝงคติธรรมไว้กับการก่อสร้างคือฐานคือฐานสี่เหลี่ยมหมายถึงพระพุทธ ศาสนามีอริยสัจสี่เป็นฐานโดยมีเป้าหมายสูงสุดคือพระนิพานซึ่งแทนด้วยยอดเจดีย์มีฐานสูงแปดเหลี่ยมหมายถึงอริยมรรคมี องค์แปดปล้องไฉน12ปล้องหมายถึงปฏิจจสมุทปบาทสิ่งที่อาศัยกันเกิดเหมือนลูกโซ่ความสูง37เมตรคือโพธิปักขิยธรรม ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ 37 ประการ อันประกอบด้วย สติ ปัฏฐาน 4 สัมมัปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 85 พละ 5 โพชฌงค์ 7และอริยมรรคมีองค์ 8 พระสถูปเจดีย์แต่เดิมมีเจดีย์บริวารรายล้อมอยู่รอบข้างหลายสิบองค์หลวงพ่อฉายเป็น พระพุทธรูปศิลาแลงสีแดงอยู่ในวิหารด้านหน้าพระเจดีย์สี่เหลี่ยมสันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ800ปีด้านหลังหลวงพ่อฉายมี "ทับหลัง"ซึ้งแกะสลักติดกับองค์อยู่ชิดกำแพงวิหารมากเป็นรูปช้างนอนหงายอยู่บนแท่นส่วนบนสุดเป็นรูปพระอินทร์หรือ พระศิวะกำลังหลั่งน้ำมนต์มีทางน้ำมนต์ไหลถึงตัวช้างที่นอนหงายบนแท่นหลวงพ่อพลอยเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นหน้าตัก กว้าง2เมตรเดิมอยู่วัดทัพย่านตำบลเที่ยงแท้อำเภอสรรคบุรีซึ่งเป็นวัดร้างประชาชนชาวบางน้ำพระได้ร่วมใจกันอัญเชิญใส่ เกวียนมาและใช้แพข้ามแม่น้ำน้อยมาประดิษฐานที่วัดพระแก้วชาวบ้านเรียกว่า"หลวงพ่อลอย"วัดพระแก้วตั้งอยู่นอกเมือง ทางด้านทิศใต้ห่างจากวัดมหาธาตุประมาณ 3 กม. อยู่ติดกับคลองชลประทานปัจจุบันวัดพระแก้วอยู่กลางทุ่งนามีพระ เจดีย์เหลี่ยมเป็นหลักของวัดลักษณะเป็นเจดีย์ทรงสูงตั้งอยู่บนฐานเรือนธาตุแบบลอดท้องไม้ซึ่งมีพระพุทธรูปปูนปั้นแบบ นูนสูงประดับอยู่ทั้งสี่ด้านมีเจดีย์ทิศต่อจากฐานเรือธาตุตอนบนทั้งสี่มุมต่อจากฐานเรือนธาตุจะถึงฐานเจดีย์เป็นฐานสูง แปดเหลี่ยมมีซุ้มจรนำ4ทิศต่อจากฐานสูงเป็นบัวลูกแก้วและบัวกลางจนถึงองค์ระฆังลักษณะเด่นขององค์เจดีย์คล้ายเจดีย์ สมัยสุโขทัยเมื่อได้พิจารณาดูแล้วจึงเห็นว่าเจดีย์แบนี้น่าจะได้รับอิทธิพลร่วมระหว่างศิลปะสุโขทัยกับศรีวิชัยมาผสมผสาน กันเป็นแน่แม้ในสมัยอยุธยาจะมีเจดีย์ทรงสูง เช่น เจดีย์รายรอบพระวิหารก็มิได้มิลักษณะเช่นนี้ มีพระพุทธรูปประดับทั้ง4 ด้านบนฐานชั้นที่3ในซุ้มตรงกลางเป็นพระพุทธรูปปั้นปางถวายเนตรประทับยืนขนาบทั้งสองข้างด้วยพระพุทธรูปปูนปั้น ปางประทานอภัยลักษณะพระพุทธรูปน่าจะเป็นศิลปะอยุธยาตอนต้นมากกว่าเพราะมีเค้าโครงศิลปะสุโขทัยผสมที่เห็นได้ชัด คือพระรัศมีเป็นเปลวเพลิงถัดแท่งสี่เหลี่ยมทรงสูงขึ้นไปเป็นแท่งแปดเหลี่ยมมีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางถวายพระเนตร ประทับยืนทั้งสี่ทิศแต่ไม่มีพระขนาบข้างคงเป็นองค์เดียวที่เหนือขึ้นไปก็ย่อเหลี่ยมอีกชั้นหนึ่งบางทีอาจจะมีซุ้มประทับนั่งอยู่ ตอนบนด้วยก็ได้แต่หักพังลงหมดแล้วในปัจจุบันความเก่าแก่ของโบราณสถานในจังหวัดชัยนาทที่หลงเหลืออยู่จนถึงทุก วันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติอันล้ำค่าและเป็นที่หวงแหนของชาวจังหวัดชัยนาททุกๆคนที่ต้องการที่จะอนุรักษ์และทำนุบำรุง รักษาไว้สืบต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคตต่อไปดังนั้นการท่องเที่ยวโบราณสถานของเมืองชัยนาทควรเป็นการ ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาความรู้เสียมากกว่าการท่องเที่ยวเพื่อความสนุกสนานและควรท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก

8.วัดธรรมิกาวาส
เป็นวัดที่มีป่ายางสูงสลับซับซ้อนมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากนอกจากนี้บริเวณหน้าวัดมีแม่น้ำน้อยไหลผ่านทำให้
บรรยากาศร่มรื่นและมีรูปหล่อหลวงพ่อเฒ่าเป็นพระพุทธรูปที่ชาวบ้านเคารพนับถือมีลิงเป็นจำนวนมากอาศัยอยู่บริเวณวัด และป่ายางสูงสลับซับซ้อนบริเวณวัดรูปหล่อหลวงพ่อเฒ่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือบริเวณหน้าวัดมี แม่น้ำน้อยไหลผ่านมีปลาสวายตัวใหญ่อาศัยเป็นจำนวนมากซึ่งเรียกว่าวังปลาหลวงพ่อเฒ่าการเดินทางอยู่ห่างจากที่ว่าการ อำเภอสรรคบุรีประมาณ16กิโลเมตรตามเส้นทางสายสิงห์บุรี - ชัยนาทเลียบถนนคลองชลประทาน(สายใน)จะมีทางแยก เข้าวัดธรรมิกาวาส ประมาณ500 เมตร