แหล่งท่องเที่ยวอำเภอป่าโมก 
                   

1.วัดท่าสุทธาวาส
วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณในสมัยอยุธยาตอนต้นเวลาศึกสงครามบริเวณนี้จะเป็นเส้นทางเดินทัพข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงรับวัดนี้ไว้ในพระราชอุปถัมภ์บริเวณวัดแห่งนี้ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ขนาดใหญ่และทัศนียภาพสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีการจัดสร้างพลับพลาที่ประทับกลางสระน้ำและสร้างพระเจดีย์ เพื่อแสดงพระพุทธรูปโบราณและโบราณวัตถุต่างๆข้างพลับพลาประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวร มหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถและภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตรกรส่วนพระองค์และนักเรียนในโครงการศิลปาชีพเขียนขึ้น เช่น เรื่องพระมหาชนกประวัติ เมืองอ่างทองอีกทั้งมีภาพฝีพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงจรดปลายพู่กันวาดผลมะม่วงไว้ด้วย การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 309สาย (พระนครศรีอยุธยา - อ่างทอง)กิโลเมตรที่ 38 - 39ทางเข้าวัดจะอยู่ ซ้ายมือก่อนถึงตัวจังหวัดอ่างทอง

2.ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ
เป็นเรือนไทยทรงสูงอยู่ด้านหลังวัดท่าสุทธาวาสในพื้นที่ตำบลบ้านบางเสด็จตำบลนี้เดิมชื่อบ้านวัดตาลต่อมาได้เปลี่ยนชื่อ เป็นบ้านบางเสด็จเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนิน พระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบอุทำกภัยในปีพ.ศ.2518ซึ่งสร้างความปิติให้แก่ราษฎรเป็นอันมากเพื่อเป็น การระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณจึงได้เปลี่ยนชื่อบ้านวัดตาลเป็นบ้านบางเสด็จโครงการตุ๊กตาชาววังที่บ้านบางเสด็จเป็น โครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อพ.ศ.2519 เพื่อเป็นอาชีพเสริม เพิ่มพูลรายได้ให้แก่ราษฎรภายในหมู่บ้านบางเสด้จนี้นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพอันร่มรื่นและสวยงามริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าพระยาแล้วยังสามารถชมการปั้นตุ๊กตาชาววังที่สวยงามจากบ้านเรือนราษฎรในละแวกนั้นได้อย่างเป็นกันเองมีการ รวมกลุ่มในรูปของสหกรณ์โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จซึ่งจะจัดให้สมาชิกมาสาธิตการปั้นตุ๊กตา ชาววังพร้อมกับจัดจำหน่ายในราคาย่อมเยาตุ๊กตาชาววังทำจากดินเหนียวแสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและ วัฒนธรรมประเพณีไทยต่างๆเช่นการละเล่นของเด็กไทยวงมโหรีปี่พาทย์หรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิดซึ่งล้วนมีความ สวยงาม น่ารัก และเหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึกเป็นอย่างยิ่งศูนย์ปั้นและจำหน่ายตุ๊กตาชาววัง

3.วัดสระแก้ว
วัดนี้สร้างเมื่อปีพ.ศ.2242เดิมชื่อวัดสระแกเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่มีเด็กอยู่ในความดูแลมากจึงได้จัดตั้งคณะลิเกเด็ กกำพร้าวัดสระแก้วเพื่อหารายได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็กกำพร้าจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับวัดแห่งนี้ ภายในวัดสระแก้วยังมีอาคาร"สามัคคีสมาคาร" ซึ่งเป็นอาคารศูนย์โครงการทอผ้าตามพระราชประสงค์ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2524อยู่ในความรับผิดชอบของกองอุตสาหกรรมในครอบครัว กระทรวงอุตสาหกรรมภายในอาคารมีสินค้าผ้าทอ คุณภาพดีเช่นผ้าซิ่น,ผ้าขาวม้าฯลฯนอกจากนี้ด้านหน้า วัดยังจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมอำเภอป่าโมก ภายในมีสาธิตการทอผ้า กี่กระตุก การทำเครื่องประดับเงิน การปั้นตุ๊กตาชาววัง และผลิตผลทางการเกษตรของกลุ่มแม่บ้าน เช่น กล้วยเบรคแตก เป็นการเผยแพร่งานฝีมือของชาวอำเภอป่าโมกซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายและมีจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจเปิดให้บริการเวลา 08.00-16.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่วัดสระแก้ว โทร 035-661950-1 www.watsakaew.com

4.วัดป่าโมกวรวิหาร
ภายในวัดแห่งนี้มีพระพุทธไสยาสน์ที่งดงามมากองค์หนึ่งของเมืองไทย องค์พระก่ออิฐถือปูนปิดทองมีความยาวจาก พระเมาลีถึงปลายพระบาท 22.58 เมตร สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัยมีประวัติความเป็นมาเล่าขานกันว่าพระพุทธรูป องค์นี้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัดราษฎรบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำในพระราชพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก่อนที่จะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชได้เสด็จมาชุมนุมพลและถวายสักการะบูชาพระพุทธรูป องค์นี้ต่อมากระแสน้ำเซาะเข้ามาใกล้พระวิหาร "สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ที่3โปรดเกล้าฯให้พระยาราชสงครามเป็นแม่กอง งานจัดการชะลอลากให้ห่างจากแม่น้ำเดิม" (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) ได้เสด็จมาควบคุมการชะลอองค์พระให้พ้น จากกระแสน้ำเซาะตลิ่งพังและนำไปไว้ยังวิหารใหม่ที่วัดตลาดห่างจากฝั่งแม่น้ำ 168 เมตรแล้วโปรดให้รวมวัดตลาดกับวัด ชีปะขาวเป็นวัดเดียวกันพระราชทานนามว่าวัดป่าโมกเพราะบริเวณนั้นมีต้นโมกมากมายสิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้นอกจาก พระพุทธไสยาสน์แล้วยังมีวิหารเขียนซึ่งเล่ากันว่าผนังวิหารด้านที่หันออกสู่แม่น้ำมีแท่นสูงเข้าใจว่าเป็นแท่นที่เคยมีกษัตริย์ เสด็จประทับยืนบริเวณนั้น มณฑปพระพุทธบาท 4 รอย หอไตร เป็นต้น

5.วัดถนน
วัดนี้สร้างราวพ.ศ.2323ในสมัยกรุงธนบุรีภายในวัดมีพระยืนขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานอยู่ในวิหารนามว่า " หลวงพ่อพระพุทธรำพึง " เป็นพระพุทธรูปแกะด้วยไม้ องค์ยืน สูง 2 เมตรกว่า ประวัติเล่าว่ามีแพลอยน้ำมาหน้าวัด และไม่ยอมลอยน้ำต่อไป พระทองอยู่ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้นลงไปดูพบว่าในแพมีพระทำด้วยไม้แกะสลักต้องทำพิธี บวงสรวงอัญเชิญพระแกะสลักองค์นี้ขึ้นมา คนที่ไปกราบไหว้บูชาจะเสี่ยงโชคขอพรให้ตั้งไข่ที่หน้าหลวงพ่อถ้าใครตั้งไข่ ได้แสดงว่ามีโชคลาภดวงดีถ้าใครตั้งไข่ไม่ได้ก็แสดงว่าไม่มีดวงถ้าจะแก้บนสิ่งที่ทำนายคือให้แก้บนด้วยไข่ต้มละครและ พวงมาลัยนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือรอยพระพุทธบาทลอยฟ้าซึ่งแกะสลักด้วยไม้ติดอยู่บนเพดานศาลาการเปรียญ มีขนาดกว้าง 30 นิ้วยาว 70 นิ้ว อายุนับ 100 ปี

6.หม่บ้านทำกลอง
ตั้งอยู่ที่ ต.เอกราช อ.ป่าโมก จ.อ่างทองชาวบ้านเริ่มผลิตกลองมาตั้งแต่ พ.ศ.2470 วัตถุดิบที่ใช้ทำกลองได้แก่ไม้ฉำฉา เพราะเป็นไม้เนื้ออ่อนที่สามารถขุดเนื้อไม้ได้ง่ายกับหนังวัวเราสามารถชมกรรมวิธีการทำกลองตั้งแต่เริ่มกลึงท่อนไม้เรื่อยๆ ไปจนถึงขั้นตอนการขึ้นกลอง การฝังหมุดกลอง ที่ทำมีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงกลองขนาดใหญ่เช่นกลองทัดซึ่งเราจะได้เห็น ถึงฝีมือการทำที่มีคุณภาพประณีตสวยงามและยังสามารถซื้อไปเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน ต.เอกราช เป็นแหล่งรวมศิลป วัฒนธรรมภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็นเพลงพื้นบ้านลิเกและวงปี่พาทย์มอญดังนั้นวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านนี้จึงผูกพันอยู่กับ ดนตรีไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลหมู่บ้านนี้จึงเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ทำให้นักท่องเที่ยวทราบเกี่ยวกับเรื่องราว ของกลองวิธีการ ทำกลองตลอดจนพิธีกรรมและประเพณีต่างๆ ของชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิด

7.วัดปราสาท
โบสถ์และวิหารเป็นลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย ฐานรูปโค้งรูปสำเภาส่วนพระปรางค์ใหญ่สร้างในสมัย รัชกาล 3 - 4ฝีมือช่างท้องถิ่นจิตรกรรมวัดปราสาทฝีช่างสมัยรัตนโกสินทร์ยังคงอิทธิพลช่างอยุธยาภาพเขียนหลังพระ ประธานเป็นสระในหิมพานต์และสัตว์ประจำทิศส่วนผนังทั้งสองข้างเป็นภาพพระพุทธเจ้าประทับยืนเหนือฐานบัวมีพุทธสาวก ยืน ถวานอัญชลีอยู่สองข้างท้ายวัดดงยางขนาดใหญ่อายุร่วมร้อยปีหมู่บ้านบริเวณใกล้วัดส่วนใหญ่เป็นเรือนไทยโบราณ มีสวนผลไม้ร่มรื่น

8.สปาชาวบ้านกลุ่มแม่บ้านก็บการบ่มเกษตรกรป่าโมกพัฒนา
ตั้งอยู่ตำบลป่าโมกปัจจุบันมีคุณเสงี่ยม ไม้แป้นเป็นประธานกลุ่มผลิตชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพพิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การ ปลูกสมุนไพรโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง การเก็บ การบ่ม การผลิต มีเครื่องมือที่สะอาดและทันสมัยรวมถึงการบรรจุใส่หีบห่อ สินค้าที่ขึ้นชื่อได้แก่ ลูกประคบชาสมุนไพรลดความดันโลหิตฯลฯและที่สำคัญสถานที่นี้จัดบรรยากาศแบบวบายๆมีชาวบ้าน มีห้องอบไอน้ำและนวดแผนไทยพร้อมลูกประคบแต่มีข้อจำกัดด้านสถานที่เป็นสถานที่เล็กๆเพียง2 -3ห้องเท่านั้น เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนแบบสบายๆ

9.อนุสาวรีย์พันท้ายนรสิงห์
ตั้งอยู่ที่วัดนรสิงห์หมู่ที่2 บ้านตะพุ่นตำบลนรสิงห์ตามทางหลวงหมายเลข3501(อ่างทอง - ป่าโมก -พระนครศรีอยุธยา) กิโลเมตรที่9 -10สร้างเมื่อปีพ.ศ.2531เพื่อเป็นที่ระลึกถึงพันท้ายนรสิงห์ซึ่งเป็นชาวบ้านนรสิงห์และเป็นพันท้ายเรือพระ ที่นั่งเอกไชยสมัยพระเจ้าเสือซึ่งยืนยันขอรับโทษประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาลที่ไม่สามารถบังคับเรือพระที่นั่งจนหัวเรือ กระแทกกิ่งไม้หักลงเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไปพฤติกรรมของพันท้ายนรสิงห์ได้รับการสรรเสริญใน ประวัติศาสตร์ตราบจนทุกวันนี้