แหล่งท่องเที่ยวอำเภอเมืองอ่างทอง
                     
1.พิพิธภัญฑ์ตำนานเมืองอ่างทอง
เกิดจากความร่วมมือกันของจังหวัดอ่างทอง และอบจ.อ่างทองโดยใช้สำนักงานเดิมของอบจ.อ่างทองนำมาปรับปรุง ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงเรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดอ่างทองโดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ2553 จนแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2555ต่อมาจังหวัดอ่างทองได้ส่งมอบต่อมาจังหวัดอ่างทองได้ส่งมอบให้อบจ.อ่างทองเป็นผู้บริหาร ดูแลพิพิธภัณฑ์ตำนานเมืองอ่างทองโดยมีการจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์จำนวน9ห้องได้แก่ตำนานเมืองอ่างทองกล่าวงถึง ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดอ่างทอง เรืองรองยุคสมัย พระบารมีปกเกล้าไทย เกียรติเกริกไกรคุณค่าคนวีรชนไทยใจกล้า ภูมิปัญญาผลิตผล คุณค่าคน วีรชนไทยใจกล้า ภูมิปัญญาผลิตผลคุณค่าเมืองเรืองสกลเปี่ยมกมลรักษ์อ่างทอง และสินสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์เมืองอ่างทองเปิดให้บริการ เวลา 08.30-16.30 น. ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ หยุดทุกวันจัืนทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 035-613464อบจ.อ่างทอง โทร 035-873301-2 ต่อ60

2.วัดพินิจธรรมสาร
เดิมชื่อ"วัดกระสอบ"สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือวิหารที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลายและพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่สกุล เชียงแสนรุ่นแรกหน้าตักกว้างประมาณ6วาเศษแบบ"หลวงพ่อโต"ปางมารวิชัยนั่งขัดสมาธิเพ็ชรประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง

3.วัดราชปักษี(นก)
ภายในวัดมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่มีลักษณะคล้ายพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกแต่มีขนาดย่อมกว่าเล็กน้อยสันนิษฐาน ว่าเป็นพระพุทธรูปเก่าสมัยอยุธยาเดิมองค์พระชำรุดทรุดโทรมอย่างมากปัจจุบันได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่และยังมี พระพุทธรูปสร้างสมัยพระเจ้าทรงธรรมราวพ.ศ.2163เดิมพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต่อมาเมื่อ ใกล้จะพังลงน้ำพระมหาวิเชียรขันนาคพร้อมด้วยพุทธบริษัทได้ช่วยกันเลื่อนเข้ามาประดิษฐาน ไว้ ณ ที่ปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2490 ต่อมาได้ชักชวนกันสร้างพระวิหารเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงทำการฉลองเมื่อปีพ.ศ.2502เพราะเหตุที่ผ่าน อุปสรรคจากกิเลสมารตลอดรอดมาได้อย่างราบรื่นจึงพร้อมใจกันถวายพระนามนิมิตรว่า"พระรอดวชิรโมลี"เพื่อเป็นที่ สักการะเคารพบูชาอันศักดิ์สิทธิ์ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายตลอดกาล5,000พรรษาการเดินทางอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าพระยาด้านทิศตะวันออกตามเส้นทางหลวงหมายเลข309(สายอ่างทองอยุธยา)กิโลเมตรที่52–53จากอำเภอเมือง ไปทางทิศใต้ประมาณ 34 กิโลเมตร

4.วัดสุวรรณเสวริยาราม
ภายในพระวิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดองค์พระยาวประมาณ10วาและยังมีโบราณวัตถุต่างๆที่มีอายุราว 100ปีภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนขึ้นในสมัยร.4เป็นฝีมือช่างหลวงการเดินทางอยู่ริมถนนสายเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 32 ) กิโลเมตรที่ 103-104 หรือ จากศาลากลางจังหวัดไปตามถนนคลองชลประทานประมาณ 3 กิโลเมตร

5.วัดมธุรสติยาราม
เดิมชื่อวัดกุฏิตั้งอยู่ริมแม่น้ำประคำทองซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาเก่ามาแต่โบราณสันนิษฐานว่าวัดนี้น่าจะสร้างในสมัยอยุธยา ตอนปลายมีหลักฐานสำคัญเหลือให้เห็นคือกำแพงแก้วพระอุโบสถเจดีย์และวิหารซึ่งวางจัดกลุ่มได้เหมาะสมมีรูปทรงที่ งดงาม พระอุโบสถเจดีย์เป็นรูปโค้งสำเภาก่ออิฐถือปูนกว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร หลังคาสูง 6 เมตรมุงด้วยกระเบื้อง ดินเผาสิ่งที่เป็นศิลปะชั้นเยี่ยมของพระอุโบสถได้แก่หน้าบันไม้ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถแกะสลักลายอย่างวิจิตร พิศดาร เป็นลายดอกบัวอยู่กลางก้านขดปลายลายเป็นช่องหางโตแปลกตรงที่ลายดอกบัวมีลักษณะคล้ายจะเป็นเทพนม อยู่ยอดดอกบัว

6.วัดจันทรังษี
เดิมชื่อวัดกุฏิตั้งอยู่ริมแม่น้ำประคำทองซึ่งเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาเก่ามาแต่โบราณสันนิษฐานว่าวัดนี้น่าจะสร้างในสมัยอยุธยา ตอนปลายมีหลักฐานสำคัญเหลือให้เห็นคือกำแพงแก้วพระอุโบสถเจดีย์และวิหารซึ่งวางจัดกลุ่มได้เหมาะสมมีรูปทรงที่ งดงามพระอุโบสถเจดีย์เป็นรูปโค้งสำเภาก่ออิฐถือปูนกว้าง4เมตรยาว8เมตรหลังคาสูง6เมตรมุงด้วยกระเบื้องดินเผาสิ่งที่ เป็นศิลปะชั้นเยี่ยมของพระอุโบสถได้แก่หน้าบันไม้ด้านหน้าและด้านหลังพระอุโบสถแกะสลักลายอย่างวิจิตรพิศดารเป็น ลายดอกบัวอยู่กลางก้านขดปลายลายเป็นช่องหางโตแปลกตรงที่ลายดอกบัวมีลักษณะคล้ายจะเป็นเทพนมอยู่ยอดดอกบัว การเดินทางตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย(ทางหลวงหมายเลข32)เลยสี่แยกทางเข้าอ่างทองสายเอเชียไปทางนครสวรรค์ ประมาณ 500 เมตร เลี้ยวขวาเข้าปั้มน้ำมันปตท.ไปประมาณ 30 เมตร

7.ศาลหลักเมืองอ่างทอง
เป็นอาคารจตุรมุขตัวศาลสูงจากพื้นประมาณ 1.5 เมตร ศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่สถิตย์ของเทพารักษ์ พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองจะปกปักรักษาและปัดเป่าภัยพิบัติต่างๆเพื่อให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองและประชาชนอยู่เย็นเป็น สุขซึ่งการสร้างศาลหลักเมืองจะมีพิธีการตัดไม้มงคลเพื่อนำมาเป็นศาลหลักเมืองมีการบวงสรวงก่อนตัดไม้มงคลโดยโหร หลวงจากสำนักพระราชวังศาลหลักเมืองจังหวัดอ่างทองเป็นศาลหลักเมืองแห่งที่2ที่มีการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังทั้ง 4ด้าน (ศาลหลักเมืองแห่งแรกที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังคือศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ) ภายในศาลมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งสวยงามมากศาลหลักเมืองอ่างทองเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สวยงามสมกับเป็นหลักชัยและหลักใจ ของประชาชนชาวอ่างทองอย่างยิ่งผู้ที่มีโอกาสไปเยือนจังหวัดนี้ไม่ควรพลาดการไปเคารพสักการะศาลหลักเมืองแห่งนี้

8.วัดชัยมงคล
สร้างราวปี พ.ศ.2400 ปลายสมัยรัชกาลที่ 4 เหตุที่ชื่อว่าวัดชัยมงคลเนื่องจากเป็นจุดแพ้ชนะในการแข่งขันเรือเหนือวัด ขึ้นมาไปเป็นวัดสนามชัยซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการแข่งขันภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมเขียนขึ้นใหม่ในปัจจุบันโดยนำศิลปสมัย ใหม่มาผสมผสาน เช่น การใช้สีสะท้อนเสียงการเขียนแบบเหมือนจริงการให้น้ำหนักสีอ่อนและเข้มนอกจากนั้นยังมีการ เหมือนแปลงลักษณะการวางภาพเช่นบนผนังเหนือหน้าต่างเขียนภาพเทพชุมนุมเพียงแถวเดียวหรือที่ผนังตรงข้ามองค์ พระประธานเขียนภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งบนพุทธบัลลังก์แทนภาพมารผจญ

9.วัดอ่างทองวรวิหาร
เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีเดิมเป็นวัดเล็กๆ 2 วัด ชื่อวัดโพธิ์เงินและวัดโพธิ์ทองสร้างในสมัยรัชกาลที่4ต่อมาในปี พ.ศ.2443สมัยรัชกาลที่5เสด็จทางชลมารคผ่านวัดทั้งสองนี้จึงโปรดฯให้รวมวัดสองวัดเป็นวัดเดียวกันและพระราชทาน นามว่า"วัดอ่างทอง"วัดนี้มีพระอุโบสถที่งดงามมีพระเจดีย์ทรงระฆังประดับด้วยกระจกสีทองด้านและหมู่กุฏิทรงไทยสร้าง ด้วยไม้สักงดงามเป็นระเบียบซึ่งล้วนเป็นสถาปัตยกรรมตามแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

10.วัดต้นสน
เป็นวัดเก่าแก่โบราณเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร พระนามว่าสมเด็จพระพุทธนวโลกุตตรธัมมบดีศรีเมืองทอง หรือเรียกชื่อย่อว่าสมเด็จพระศรีเมืองทองขนาดหน้าตักกว้าง 6 วา 3 ศอก 9 นิ้วสูง 9 วา 1 ศอก 19นิ้วหล่อด้วยโลหะ ทั้งองค์ลงรักปิดทองพระราชสุวรรณโมลีเจ้าอาวาสวัดต้นสนเดิมเริ่มสร้างเมื่อพ.ศ.2516สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยาม บรมราชกุมารีทรงประกอบพิธีสวมเกตุสมเด็จพระศรีเมืองทองเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2528 นับเป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะ ขนาดใหญ่ที่สุดองค์แรกและมีพุทธลักษณะที่สวยงามมากอีกองค์หนึ่ง นอกจากนี้ยังมีวังปลาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งอีกด้วย

11.วัดปลดสัตว์
ตังอยู่หมู่ที่4 ตำบลบ้านแห ห่างจากจังหวัดประมาณ 7 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข3501 กิโลเมตรที่ 3-4 ภายในบริเวณมีหอสูงก่อด้วยอิฐแปลกกว่าที่อื่นคือยอดหอเป็นเจดีย์ทรงลังกาสามารถมองเห็นเห็นได้ในระยะไกลภายใน บริเวณมีหอสูงก่อด้วยอิฐแปลกกว่าที่อื่นตรงที่ยอดหอเป็นเจดีย์ทรงลังกา สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล